ไลฟ์สไตล์ ผลกระทบ ต่อ ภาวะมีบุตรยาก | กุลพัฒน์การแพทย์ เด็กหลอดแก้ว ทำ ivf
Find us on facebook youtube
ฝากครรภ์ที่กุลพัฒน์การแพทย์ คลอดที่ศรีพัฒน์ฯ ราคาคลอดปกติ 35,000 บาท ผ่าคลอด 49,000 บาท ใช้ถึงคุณแม่ที่คลอดวันที่ 30 ก.ย.2561 ปีนี้ค่ะฝากครรภ์ที่กุลพัฒน์การแพทย์ คลอดที่ศรีพัฒน์ฯ ราคาคลอดปกติ 35,000 บาท ผ่าคลอด 49,000 บาท ใช้ถึงคุณแม่ที่คลอดวันที่ 30 ก.ย.2561 ปีนี้ค่ะโทร 053-217706 แนะนำทีมแพทย์.... วันจันทร์ พญ.สายพิณ /วันอังคาร พญ.สุปรียา /วันพุฤหัสบดี พญ.ศศิวิมล / วันศุกร์ นพ.ภักดี/ วันเสาร์ พญ.วรชร/ วันอาทิตย์ นพ.วีรวิทย์...เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ (ให้คนไข้หยิบบัตรคิวสำรองหน้าประตูตามลำดับ). ก่อนรับคิวพบแพทย์หน้าเคาวน์เตอร์ จ๊ะ.

รูปแบบการดำเนินชีวิตกับภาวะเจริญพันธุ์

รูปแบบการดำเนินชีวิตกับภาวะเจริญพันธุ์

ภาวะเจริญพันธุ์คือ ความสามารถที่จะมีบุตรหรือ ตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติมีการวิจัยแสดงให้เห็นว่า รูปแบบการดำเนินชีวิตมีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ และอาจเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยากอีกด้วย แม้ว่าทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงไม่มีปัญหาทางสุขภาพ  โอกาสในการตั้งครรภ์ ของแต่ละรอบของการตกไข่ก็ขึ้นกับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น อายุ ฯลฯ  ดังนั้นการค้นหาวิธีที่สามารถนำมาใช้ส่งเสริม ปรับปรุง และ ป้องกัน ภาวะเจริญพันธุ์ได้ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ  โดยสามารถนำไปใช้กับคู่ที่เพิ่งตัดสินใจจะมีบุตร รวมถึงผู้ที่พยายามมีบุตรมาเป็นเวลาหลายเดือน หรือผู้ที่ประสบกับปัญหาภาวะมีบุตรยากแล้วอีกด้วย

รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ส่งผลดีต่อภาวะเจริญพันธุ์

การควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ชายและผู้หญิง การที่มีปริมาณไขมันในร่างกายมาก ( น้ำหนักมากเกินเกณฑ์) อาจจะรบกวนการทำงานของฮอร์โมนของระบบสืบพันธุ์  ในผู้ชาย จะส่งผลให้ปริมาณตัวอสุจิลดลง และตัวอสุจิที่ผิดปกติมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้หญิงจะส่งผลให้เกิดการไม่การตกไข่ และเกิดความผิดปกติของรอบประจำเดือน และสำหรับผู้หญิงที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ อาจจะมีผลเกี่ยวกับเรื่องของการหยุดการตกไข่อีกด้วย

•    การบริโภคผลไม้และผักในปริมาณเพียงพอ อาหารกลุ่มนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ซึ่งอาจช่วยในการปรับปรุงคุณภาพของตัวอสุจิ   นอกจากนั้นยังช่วยควบคุมน้ำหนักและสร้างเสริมร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

•    การจัดการความเครียด ความเครียดเป็นตัวแทรกแซงการทำงานของฮอร์โมนของระบบสืบพันธุ์  ดังนั้นจึงสามารถส่งผลต่อทั้งการผลิตตัวอสุจิและการตกไข่ นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงอีกด้วยอีกด้วย (อ่านเพิ่มเติมที่-รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ควรหลีกเลี่ยง)

•    การออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับสุขภาพทั้งด้านการการเจริญพันธุ์และสุขภาพโดยรวม  อย่างไรก็ตามควรจะหลีกเลี่ยงการออกกำลังหักโหมมากจนเกินไป (อ่านเพิ่มเติมที่-รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ควรหลีกเลี่ยง)

•    วิตามิน ในรายที่รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนอยู่แล้ว อาหารเสริมก็ไม่มีความจำเป็น อย่างไรก็ตาม วิตามินอี และวิตามินซี มีความสำคัญสำหรับการผลิตและการทำงานของตัวอสุจิ เช่นเดียวกันในผู้หญิงวางแผนจะมีบุตรก็ควรได้้รับกรดโฟลิคทุกวัน เพราะสามารถป้องกันความพิการแต่กำเนิดบางอย่างได้ (แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องปรับปรุงภาวะเจริญพันธุ์)

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ควรจะหลีกเลี่ยง

•    การสูบบุหรี่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูบบุหรี่ปริมาณมาก สำหรับผู้หญิงที่สูบบุหรี่ปริมาณมากมักจะเจอปัญหาความล้มเหลวของรังไข่ก่อนวัยอันควร (หมดประจำเดือน) และการเสื่อมของไข่ในรังไข่ ในอายุน้อยกว่าที่ควรเป็น สารนิโคตินและสารเคมีอื่นๆในบุหรี่ ยังรบกวนการผลิตเอสโตรเจนอีกด้วย สำหรับผู้ชายบุหรี่ทำให้อัตราของเซลล์อสุจิที่รูปร่างผิดปกติหรือเคลื่อนไหวช้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การใช้ยาสูบก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ปริมาณของตัวอสุจิลดลงได้เช่นกัน การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของ ดีเอ็นเอ (สารพันธุกรรมในโครโมโซม) ผิดปกติในตัวอสุจิและไข่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการแท้งมากขึ้น และอาจจะเป็นปัญหาต่อพัฒนาการของทารกในภายหลังอีกด้วย

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

•    การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากมักจะมีความเสี่ยงของความผิดปกติในการตกไข่มากขึ้น และบางผลงานวิจัยพบว่า แม้จะเป็นการดื่มปริมาณน้อยก็อาจมีผลลดโอกาสของการตั้งครรภ์ได้   สำหรับผู้ชายการดื่มปริมาณมากจะลดคุณภาพและปริมาณของตัวอสุจิ    หากมีความจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ควรจะจำกัดปริมาณการดื่มของตนเองไม่ให้มากเกินไป

การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป คาเฟอีนปริมาณมากอาจจะมีผลต่อการผลิตเอสโตรเจนและอาจทำให้เกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือ endometriosis เพื่อให้ภาวะเจริญพันธุ์เป็นปกติ สำหรับผู้หญิงควรจะจำกัดจำนวนของคาเฟอีนในอาหารไม่ให้เกินปริมาณของคาเฟอีนหกแก้วกาแฟต่อวัน (คาเฟอีนประมาณ900 มิลลิกรัม)   ซึ่งปริมาณดังกล่าวรวมถึงคาเฟอีนในกาแฟ ชา ช็อคโกแลต  โซดา และเครื่องดื่มให้พลังงานด้วย

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

•    ความเครียดความทุกข์ ความกังวล และภาวะซึมเศร้า เกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยากทั้งในเพศชายและหญิง และทำให้อัตราการตั้งครรภ์ลดน้อยลง  แต่ในทางกลับกัน ภาวะมีบุตรยากและการรักษาเองก็อาจจะก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน (บางครั้งความเครียดอาจจะไม่ใช่สาเหตุ แต่เป็นผลจากการมีบุตรยาก)  ฮอร์โมนจากความเครียดจะรบกวนการทำงานของฮอร์โมนการสืบพันธุ์ ดังนั้นในช่วงที่มีความเครียดจากชีวิตประจำวัน  การผลิตตัวอสุจิและการตกไข่จะถูกยับยั้ง

เพราะฉะนั้น จึงแนะนำให้ลดภาวะเครียด และถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังคงเกิดความเครียดก็ควรจะมีการฝึกการจัดการสุขภาพจิตที่ดี แต่หากไม่สามารถจัดการกับความเครียดนั้นได้เองหรือความเครียดนั้นกลายเป็นความทุกข์ทรมาน (จนส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน) ก็ควรจะปรึกษาจิตแพทย์

•    การออกกำลังกายหักโหมมากเกินไป การออกกำลังกายหักโหมมากเกินไปมักจะเกี่ยวข้องกับตัวอสุจิที่มีคุณภาพลดลงในผู้ชาย ส่วนในผู้หญิงจะรบกวนการตกไข่ และการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน สำหรับผู้หญิงที่ออกกำลังกายอย่างหนัก (เช่น การวิ่งมาราธอน) อาจจะเกี่ยวข้องกับการขาดหายไปของรอบประจำเดือนได้ สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ การออกกำลังกายระดับปานกลาง(ไม่มากเกินเจ็ดชั่วโมงต่อสัปดาห์) ก็นับว่าเหมาะสม   แต่ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยหรือมากกว่าเกณฑ์ปกติ ควรจะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเอง

•    การอาบน้ำร้อนและการซาวน่า การผลิตตัวอสุจิจะเสื่อมลงเมื่อสัมผัสกับความร้อนมากเกินไป  ดังนั้นการแช่นำ้ร้อน ที่มีความร้อน 104o F (40o C) หรือมากกว่า เป็นเวลามากกว่า 30 นาที  อาจทำให้ปริมาณของตัวอสุจิลดลง  ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อน หรือซาวน่า  นอกจากนี้การทำงานในที่ร้อนเกินไป การสวมใส่ชั้นในที่แน่นเกินไป และการใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา (laptop) วางโดยตรงบนตัก ก็สามารถเพิ่มอุณหภูมิความร้อนต่ออัณฑะได้ทั้งสิ้น นอกจากนั้น การเป็นไข้เรื้อรังเป็นเวลานานก็ยังสามารถมีผลกระทบกับการผลิตและคุณภาพของตัวอสุจิอีกด้วย

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

•    สารหล่อลื่นระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ สารหล่อลื่น ครีมโลชั่น และแม้แต่น้ำลาย สามารถแทรกแซง การเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ  ดังนั้น จึงควรใช้น้ำมันจากพืช ดอกคำฝอย หรือน้ำมันถั่วลิสงแทน

•    การสัมผัสสารพิษ ยาเสพติด หรือยาบางชนิด สารเคมีที่ใช้ในสถานที่ทำงานและครัวเรือน เช่น สารโลหะหนักในโรงงานอุตสาหกรรม สารกำจัดศัตรูพืช ตัวทำละลายอินทรีย์ (เช่น สารเคมีใช้ซักแห้ง) และสารเคมีและตัวทำละลาย อื่นๆ อาจจะมีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์   ดังนั้นจึงแนะนำให้สวมสิ่งป้องกันเมื่อสัมผัสสารดังกล่าว สถานที่ควรมีการระบายอากาศที่เหมาะสม และสวมหน้ากากหรือใช้ผ้าปิดจมูก เพื่อลดความเสี่ยงจากสารพิษ   สำหรับผู้ที่ทำงานด้านอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมอาจจะปรึกษาแพทย์หากเกิดความกังวลเมื่อต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือก๊าซต่างๆ

นอกจากนั้นยาบางอย่างโดยเฉพาะสารเสตียรอยด์   ยาฮอร์โมน และยารักษาโรคมะเร็งก็อาจจะมีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์เช่นกัน   และสุดท้ายยาเสพติด (กัญชา โคเคน และฝิ่น) จะส่งผลกระทบให้ตัวอสุจิเคลื่อนที่ได้แย่ลงและพบตัวอสุจิที่ผิดปกติมากขึ้น และยังนำไปสู่การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ(อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว)อีกด้วย

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก