การรักษาผู้มีบุตรยาก: การรักษาด้วยยา การผ่าตัด และ ART | กุลพัฒน์การแพทย์ เด็กหลอดแก้ว ทำ ivf
Find us on facebook youtube
ฝากครรภ์ที่กุลพัฒน์การแพทย์ คลอดที่ศรีพัฒน์ฯ ราคาคลอดปกติ 35,000 บาท ผ่าคลอด 49,000 บาท ใช้ถึงคุณแม่ที่คลอดวันที่ 30 ก.ย.2561 ปีนี้ค่ะฝากครรภ์ที่กุลพัฒน์การแพทย์ คลอดที่ศรีพัฒน์ฯ ราคาคลอดปกติ 35,000 บาท ผ่าคลอด 49,000 บาท ใช้ถึงคุณแม่ที่คลอดวันที่ 30 ก.ย.2561 ปีนี้ค่ะโทร 053-217706 แนะนำทีมแพทย์.... วันจันทร์ พญ.สายพิณ /วันอังคาร พญ.สุปรียา /วันพุฤหัสบดี พญ.ศศิวิมล / วันศุกร์ นพ.ภักดี/ วันเสาร์ พญ.วรชร/ วันอาทิตย์ นพ.วีรวิทย์...เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ (ให้คนไข้หยิบบัตรคิวสำรองหน้าประตูตามลำดับ). ก่อนรับคิวพบแพทย์หน้าเคาวน์เตอร์ จ๊ะ.

หลักการรักษาภาวะมีบุตรยาก

หลักการรักษาภาวะมีบุตรยาก

     การรักษาภาวะมีบุตรยากในปัจจุบันนี้มีวิธีการที่หลากหลาย โดยแต่ละวิธีก็จะเหมาะสมกับแต่ละคนต่างกันไป ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เช่น สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ระยะเวลาที่มีอาการ อายุของคู่สมรส และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในการเข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก ขั้นตอนแรกคือการหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ซึ่งจำเป็นต้องตรวจทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเสมอ เพราะภาวะมีบุตรยากอาจเกิดจากสาเหตุจากทั้งสองฝ่ายร่วมกันได้ แต่การรักษาแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบางครั้งก็อาจจะเพียงพอและทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ ในกรณีที่ตรวจไม่พบความผิดปกติที่เป็นสาเหตุ จะมีวิธีการรักษาเพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์โดยรวมได้แม้จะไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนก็ตาม   การตอบสนองต่อการรักษาในแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนก็ประสบความสำเร็จจากการรักษาเพียงหนึ่งครั้งหรือสองครั้ง แต่บางคนก็อาจไม่สำเร็จและต้องการการรักษาด้วยวิธีอื่นๆเพิ่มเติม
     การรักษาภาวะมีบุตรยาก สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือการรักษาด้วยยา การรักษาด้วยการผ่าตัด และการรักษาโดยการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive medicine; ART)
     ในปัจจุบันนี้การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการผ่าตัด (เพื่อรักษาโครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์ที่ผิดปกติ) ไม่ค่อยเป็นที่นิยมทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เนื่องจากในบางกรณี สามารถใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทดแทนได้ เช่นการปฏิสนธินอกร่างกาย หรือเด็กหลอดแก้ว ซึ่งอัตราการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์มากกว่า และมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าการรักษาโดยการผ่าตัด

การรักษาภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง

การรักษาโดยการผ่าตัด

•  การผ่าตัดท่อนำไข่

การผ่าตัดตกแต่งท่อนำไข่ใช้ในผู้ที่มีท่อนำไข่อุดตัน หรือเป็นท่อนำไข่บวมน้ำ (hydrosalpinx) ซึ่งทำโดยการผ่าตัดตกแต่งให้เกิดรูเปิดใหม่ของท่อนำไข่ในรายที่มีท่อนำไข่ตัน เพื่อช่วยให้อัตราการตั้งครรภ์ดีขึ้น หากท่อนำไข่มีปัญหาอุดตันเกิดการตีบหรือตันในด้านที่ใกล้กับรังไข่มากกว่ามดลูก การผ่าตัดนี้จะประสบผลสำเร็จดีกว่าการตีบหรือตันในส่วนที่ใกล้กับมดลูก ในกรณีที่ท่อนำไข่ตีบหรืออุดตันอย่างรุนแรงการผ่าตัดเอาท่อนำไข่ออกเลย จะเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์จากการปฏิสนธินอกร่างกาย (เด็กหลอดแก้ว)    อย่างไรก็ตามการผ่าตัดนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดท้องนอกมดลูกได้

•  การผ่าตัดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และการเลาะเยื่อพังผืดในอุ้งเชิงกราน

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูดเจริญผิดที่ (endometriosis, chocolate cyst) ซึ่งมักเกิดร่วมกับพังผืดในอุ้งเชิงกราน เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดเพื่อทำลายรอยโรค (ตัดออกในกรณีที่เป็นถุงน้ำชัดเจน หรือจี้ด้วยไฟฟ้า, เลเซอร์ในรายที่เป็นไม่มาก) ร่วมกับการเลาะเยื่อพังผืดออก การผ่าตัดนี้สามารถทำแบบผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง แทนการผ่าเปิดหน้าท้องซึ่งมีแผลขนาดใหญ่ได้

นอกจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูดเจริญผิดที่แล้ว ยังมีความผิดปกติอื่นที่สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด เช่น เนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก หรือติ่งเนื้อของเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก (หากรอยโรคเกิดที่ด้านในของโพรงมดลูก) บางครั้งอาจรักษาโดยการส่องกล้องทางโพรงมดลูก (ใส่ผ่านทางช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูก)

การผ่าตัดแก้หมัน

ในกรณีที่ผู้ป่วยเคยผ่าตัดทำหมันหญิงไปแล้ว การต่อท่อนำไข่สามารถช่วยให้กลับมามีบุตรได้อีกครั้ง ซึ่งการผ่าตัดนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศพช่วยขยายภาพระหว่างการผ่าตัดเนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่อาศัยความปราณีตสูง การผ่าตัดเพื่อต่อท่อนำไข่มีอัตราความสำเร็จในการรักษาสูงในรายที่อายุน้อย และไม่มีโรคอื่นๆที่เป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

การผ่าตัดแก้หมัน - กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

การรักษาโดยการใช้ยา - การกระตุ้นการตกไข่

การรักษาหลักของภาวะมีบุตรยากจากปัญหาของการตกไข่ในฝ่ายหญิง คือการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ในการปรับรอบฮอร์โมน กระตุ้นการโตของเซลล์ไข่ และการตกไข่  โดยทั่วไปยากลุ่มนี้มักจะเป็น ฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน (Gonadotropin) ซึ่งมีสองชนิดคือ follicle-stimulating hormone (FSH) และ luteinizing hormone (LH) อย่างไรก็ตาม การใช้ยากลุ่มนี้ซึ่งได้ผลดีในการกระตุ้นไข่ ก็มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ตั้งครรภ์แฝด การตั้งครรภ์แฝดถือเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกไม่สมบูรณ์ เกิดการคลอดก่อนกำหนด มีปัญหาแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ และอาจเกิดอันตรายต่อมารดาได้ โดยทั่วไปการกระตุ้นการตกไข่ด้วยยากลุ่ม clomiphene มักจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดไม่มาก (น้อยกว่า 10%) แต่โอกาสการเกิดครรภ์แฝดอาจเพิ่มขึ้นเป็น 15-25% หากใช้กลุ่มฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน

กลุ่มอาการรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป การใช้ฮอร์โมนต่างๆเพื่อกระตุ้นให้รังไข่ผลิตไข่ได้ปริมาณมากขึ้น อาจส่งผลให้รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปในบางราย เรียกว่ากลุ่มอาการรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) ซึ่งจะมีอาการปวดท้อง มีท้องอืดขึ้นจากการมีน้ำในช่องท้อง บางรายอาจมีอาการหายใจเหนื่อยร่วมด้วยได้ กลุ่มอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ทั้งช่วงที่ได้รับยากระตุ้นไข่ และช่วงแรกของตั้งครรภ์


Clomiphene citrate

โครมิฟีน (Clomid©, Serophene©) เป็นยาที่ใช้เพื่อการกระตุ้นการตกไข่ในรายที่มีปัญหาของการตกไข่  หรือในรายที่เป็น PCOS (Polycystic ovary syndrome) โดยยานี้จะออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมน FSH และ LH เพื่อออกฤทธิ์ที่รังไข่ให้เกิดการโตของเซลล์ไข่ และเกิดการตกไข่  นอกจากใช้รักษาภาวะข้างต้นแล้ว ยานี้สามารถใช้ในรายที่มีการตกไข่ปกติเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ และใช้เป็นยาตัวแรกในการรักษาผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุได้ด้วย

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

ยากลุ่มโกนาโดโทรปิน (Gonadotropin)

ยาฮอร์โมนในกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นที่ต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อกระตุ้นรังไข่ และยังสามารถออกฤทธิ์ที่รังไข่ได้โดยตรงอีกด้วย

Human menopausal gonadotropin; HMG (Menopur©) เป็นยาฉีดที่มีทั้งฮอร์โมน FSH และ LH ผสมกันอยู่ สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการตกไข่ได้โดยตรง ใช้ในผู้ที่มีปัญหาในการตกไข่ เนื่องจากฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองไม่เพียงพอหรือทำงานผิดปกติไม่สามารถกระตุ้นรังไข่ได้

Follicle-stimulating hormone; FSH (Gonal-F©, Puregon©) FSH ออกฤทธิ์โดยกระตุ้นรังไข่ เพื่อให้สร้างฟองไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่

Human chorionic gonadotropin ; HCG (Ovidrel©, Pregnyl©  ) ยากลุ่มนี้จะใช้ร่วมกับ clomiphene, HMG หรือ FSH เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ ของฟองไข่ที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

Metformin (glucophage) ยานี้ไม่ได้ออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบฮอร์โมนที่กระตุ้นรังไข่ แต่ออกฤทธิ์โดยอ้อมให้ฮอร์โมนต่างๆทำงานได้ดีขึ้น โดย Metformin จะช่วยรักษาภาวะดื้อต่ออินซูลิน( insulin) ช่วยทำให้ระดับของอินซูลินปกติ และทำให้ทีการตกไข่เกิดขึ้นได้ (ภาวะดื้อต่ออินซูลินจะทำให้เกิดการไม่ตกไข่ มักพบร่วมกับภาวะ PCOS)  ยานี้จึงมีประโยชน์ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะมีบุตรยากจาก PCOS

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ Assisted reproductive technologies; ART)

การปฏิสนธินอกร่างกาย หรือเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization; IVF)
การปฏิสนธินอกร่างกาย หรือเด็กหลอดแก้ว คือการช่วยการเจริญพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการเก็บไข่ที่สุกเต็มที่จากฝ่ายหญิง นำมาผสมกับอสุจิให้เกิดการปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการจะเกิดเป็นตัวอ่อนขึ้น และย้ายตัวอ่อนสู่โพรงมดลูกหลังจากการปฏิสนธิ 3-5 วัน เพื่อให้เกิดการฝังตัวและเกิดเป็นการตั้งครรภ์ต่อไป ในระหว่างขั้นตอนต่างๆนี้ฝ่ายหญิงอาจจะต้องถูกเจาะเลือดบ่อยๆ และอาจต้องฉีดยาฮอร์โมนทุกวัน โดยทั่วไปเด็กหลอดแก้วมักเป็นทางเลือกในการรักษาภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากท่อนำไข่ตีบตัน หรือมีเยื่อพังผืดในอุ้งเชิงกรานซึ่งขัดขวางการเดินทางของไข่เข้าสู่โพรงมดลูก นอกจากนี้ยังใช้ได้ในรายที่มีภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ความผิดปกติของปากมดลูก ความผิดปกติของการตกไข่ สาเหตุจากฝ่ายชาย  หรือภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ

อัตราการตั้งครรภ์ด้วยวิธีนี้จะยิ่งมากขึ้นเมื่อมีการย้ายตัวอ่อนหลายตัวมากขึ้น แต่ยิ่งย้ายตัวอ่อนจำนวนมากขึ้นเท่าไรก็จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดมากขึ้นเท่านั้น  ซึ่งการตั้งครรภ์แฝดถือเป็นภาวะเสี่ยงทางสูติกรรม จากหลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่าการย้ายตัวอ่อนที่ละ 1 ตัว แต่ย้ายหลายๆรอบการรักษา จะมีอัตราการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ไม่ต่างจากกลุ่มที่ย้ายตัวอ่อนหลายตัวในครั้งเดียว และไม่เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์แฝด

การเก็บไข่ที่สุกจากฝ่ายหญิงและการผสมกับอสุจิ - กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิกการพัฒนาการของตัวอ่อนและการย้ายตัวอ่อน - กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก


การบริจาคไข่

ตามธรรมชาติรังไข่จะมีปริมาณไข่ลดลงและเริ่มผลิตไข่ที่มีคุณภาพไม่ดีเมื่ออายุมากกว่า 45 ปี แต่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นในบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เคยรับยากลุ่มยาเคมีบำบัด   การใช้ไข่บริจาคอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาภาวะมีบุตรยากในผู้หญิงที่ไม่สามารถผลิตไข่ที่มีคุณภาพดี หรือไม่สามารถเก็บไข่ได้ โดยใช้ไข่บริจาคมาปฏิสนธิกับอสุจิของสามีตามวิธีเด็กหลอดแก้ว แล้วย้ายตัวอ่อนสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง(ผู้รับบริจาค)ให้ตั้งครรภ์เอง  ผู้บริจาคไข่จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองโรคต่างๆ เช่นโรคซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ  โรคเอดส์ โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย  และโรคอื่นๆ รวมทั้งการดูหมู่เลือดด้วย การบริจาคไข่ที่จะได้ผลดีในปัจจุบันนี้ มักต้องบริจาคแล้วใช้ทันที เนื่องจากการแช่แข็งไข่เก็บไว้ ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เริ่มมีเทคโนโลยีและวิธีการเก็บเป็นธนาคารไข่ (โดยมากใช้ในรายที่เป็นไข่ของตนเอง)  และคาดหวังว่าในอนาคตจะมีเทคนิคใหม่ๆที่ช่วยให้สามารถแช่แข็งฟองไข่ไว้ก่อนแล้วค่อยนำมาใช้ในภายหลังได้ โดยไข่มีคุณภาพดี

การอุ้มบุญ

ในรายที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เองเช่น ไม่มีมดลูก หรือมดลูกมีโครงสร้างผิดปกติมาก จนไม่สามารถเกิดการฝังตัวหรือตั้งครรภ์ได้ ก็จะมีทางเลือกในการรักษาคือการอุ้มบุญ  ซึ่งทำโดยใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว โดยใช้ไข่และอสุจิจากคู่สามีภรรยาที่มีปัญหามาปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ แล้วย้ายตัวอ่อนสู่โพรงมดลูกของผู้หญิงที่จะตั้งครรภ์แทนให้ (หญิงอุ้มบุญ) วิธีนี้ทารกจะได้ลักษณะทางพันธุกรรมจากคู่สามีภรรยาไม่เกี่ยวกับผู้อุ้มบุญ หลังจากคลอดก็จะมีการจดทะเบียนบุตร ซึ่งขึ้นอยู่กับกฎหมายที่ต่างกันในแต่ละประเทศ

การรักษาภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย

การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (Intrauterine insemination; IUI)

โดยทั่วไปการหลั่งน้ำอสุจิหนึ่งครั้งจะมีจำนวนอสุจิที่ผ่านเข้าไปถึงโพรงมดลูกได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้นหากฉีดตัวอสุจิที่มีคุณภาพดีเข้าไปสู่โพรงมดลูกโดยตรงก็จะส่งผลใช้น้ำเชื้อเข้าไปถึงตัวไข่ได้มากขึ้น  การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก(IUI) ทำโดยการเก็บน้ำอสุจิ แล้วนำมาล้างและผ่านกระบวนการคัดเลือกเอาแต่ตัวอสุจิที่มีคุณภาพดี นำมาฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง เมื่อใช้ร่วมกับการกระตุ้นการตกไข่ในฝ่ายหญิงจะทำให้มีอัตราการตั้งครรภ์มากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้เหมาะสมสำหรับรายที่มีความผิดปกติของโครงสร้างอสุจิเล็กน้อย หรือมีปริมาณน้อยเป็นต้น

การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก - การแพทย์ สหคลินิก


การผ่าตัด การผ่าตัดเพื่อรักษาภาวะมีบุตรยากใช้ในรายที่มีเส้นเลือดขอดที่อัณฑะ หรือการอุดตันของท่อนำอสุจิ

การใช้ยารักษา

•    รักษาการติดเชื้อ หากการตรวจเลือดพบว่ามีเม็ดเลือดขาวปริมาณมากซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อ การใช้ยาฆ่าเชื้อก็เป็นการรักษาการติดเชื้อที่เหมาะสม แต่ไม่ได้รักษาภาวะมีบุตรยาก

•    รักษาปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มนี้คือการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศชาย การหลั่งเร็ว การรักษาภาวะเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งการรักษาสามารถทำได้โดยการให้คำปรึกษา และอาจใช้ยาร่วมด้วยในบางราย

•    รักษาด้านฮอร์โมน ในรายที่มีภาวะมีบุตรยากจากความผิดปกติของฮอร์โมนบางตัว การใช้ยารักษาหรือการให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อปรับฮอร์โมนให้กลับมาอยู่ในระดับปกติก็สามารถรักษาภาวะมีบุตรยากได้

กุลพัฒน์การแพทย์ สหคลินิก

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ Assisted reproductive technologies; ART)

•    การปฏิสนธินอกร่างกาย หรือเด็กหลอดแก้ว (in vitro fertilization; IVF)

•    อิ๊กซี่ ( Intracytoplasmic Sperm Injection; ICSI)

เทคนิคทั้งสองนี้เป็นเทคนิคที่เปลี่ยนแปลงการรักษาภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชายไปอย่างมาก ก่อนที่จะมีเทคนิคเหล่านี้ การรักษาภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชายสามารถทำได้เพียงการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง และการใช้อสุจิบริจาคเท่านั้น ในปัจจุบันนี้หากฝ่ายชายมีปัญหาการอุดตันของท่อนำอสุจิก็สามารถเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรงได้ โดยใช้วิธีใช้เข็มเจาะดูดหรืออาจใช้วิธีตัดชิ้นเนื้ออัณฑะปริมาณเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามการใช้วิธีการเก็บอสุจิจากการผ่าตัด (Surgical sperm retrieval; SSR) นี้อาจจะไม่ได้ตัวอสุจิที่โตเต็มที่ที่จะสามารถปฏิสนธิกับไข่ได้เสมอไป

อิ๊กซี่ (ICSI) ถือเป็นเทคนิคที่ปฏิวัติการรักษาภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความผิดปกติอย่างมากของอสุจิ การทำอิ๊กซี่ คือการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง ซึ่งทำภายใต้กล้องขยายกำลังสูง การฉีดอสุจิเข้าไปนั้น ความเป็นจริงเป็นการฉีดแต่ส่วนหัวของอสุจิเข้าไปเท่านั้น เนื่องจากเป็นส่วนที่มีสารทางพันธุกรรมที่จะส่งต่อสู่ลูก (ส่วนตัวและหางของอสุจิเป็นส่วนที่ใช้เคลื่อนไหวเท่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องฉีดเข้าไปด้วย) หลังจากเซลล์ไข่ถูกฉีดอสุจิเข้าไปจะเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนขึ้น เนื่องจากวิธีนี้ทำให้อสุจิไม่ต้องว่ายไปหาไข่ ไม่ต้องเจาะผนังเซลล์ไข่เอง ทำให้อสุจิที่ไม่แข็งแรงสามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ จึงสามารถทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้แม้ในรายที่มีปริมาณอสุจิน้อยกว่า 100 ตัว (การหลั่งหนึ่งครั้งในคนปกติจะมีตัวอสุจิประมาณ 100 ล้านตัว) ดังนั้นอิ๊กซี่จึงเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาจำนวนอสุจิน้อยมาก หรืออสุจิมีโครงสร้างผิดปกติมาก



การใช้อสุจิบริจาค
ในรายที่ไม่มีอสุจิที่ปกติเลย ก็ยังมีทางเลือกในการใช้อสุจิบริจาค ซึ่งอสุจิบริจาคจะได้มาจากธนาคารอสุจิซึ่งผ่านการตรวจคัดกรองโรคต่างๆแล้ว (เช่นโรคซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ  โรคเอดส์ โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย)  และหมู่เลือดมาแล้ว โดยนำอสุจิดังกล่าวมาปฏิสนธิกับไข่ด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว หรือการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงก็ได้